เพราะเราคื่อ…พี่น้องกัน 2

เพื่อน” การที่จะรับใครสักคนเข้ามาเป็น “เพื่อน”


คงไม่ใช่เรื่องยากแค่เราเปิดใจให้กันและกัน แต่ถ้า


เพื่อนสนิท เพื่อนรัก เพื่อนกินเพื่อนตาย” ล่ะ
ความหมายมันแตกต่างจากคำว่าเพื่อนแค่ไหนในความรู้สึกของคุณ

ีนิทานอยู่เรื่องหนึ่งอยากจะเล่าให้ฟัง มีเนื้อหาดังนี้


ไก่ กระต่าย เป็ด และหมู เป็นเพื่อนกัน


ด้วยระยะเวลาที่ยาวนานทั้งสี่เริ่มที่จะสนิทกัน


มากขึ้นเรื่อย ๆ ไก่…ขยัน อดทน ตื่นแต่เช้า


หาอาหารมาให้ทั้งตัวเองและเพื่อน


กระต่าย…น่ารัก สุภาพ พูดจาอ่อนหวาน เป็นที่รักและเอ็นดูของทุก ๆ ตัว


เป็ด…โผงผาง ใจร้อน เสียงดัง พูดจาตรง ๆ หมู…ขี้เกียจ พูดจากระโชก


โฮกฮาก ไม่สะอาดแต่รักเพื่อนเป็นที่หนึ่ง สามารถทำอะไรเพื่อเพื่อนได้เสมอ


ด้วยการเดินทางที่ต้องผ่านปัญหาและอุปสรรคมากมาย ทั้งสี่จึงสนิทและรักกันมาก


ทุกตัวล้วนมีความสำคัญให้แต่ละตัวซึ่งกันและกัน


วันหนึ่งทั้งสี่ตัวต้องเดินทางผ่าน


โคลนสกปรก เหม็น และมีแต่เชื้อโรคทั้งสี่ตัว ไม่มีทางเลือกอื่น


จำเป็นที่จะต้องเดินผ่านบ่อโคลนนี้


หากจะเดินกันไปทีละตัว แต่ละตัวต้องสกปรก และป่วยด้วยเชื้อโรคนั้นแน่นอน


หมูจึงรับอาสาที่จะให้เพื่อนขี่หลังเพื่อเดินข้ามไป


กระต่ายจึงพูดขึ้นว่า “ใช่แล้ว มันเป็นเรื่องที่ถูกต้อง


เพราะหมูตัวโตและแข็งแรง”


หมูได้ยินเช่นนั้นจึงดีใจและภูมิใจ เป็ดเลยพูดขึ้นว่า


“และหมูก็ชอบเล่นโคลนสกปรกอยู่แล้วนี่หว่า ก๊ากกกก”


หมูเองได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะต่อกัน


กระต่ายเลยพูดขึ้นว่า “ไปว่าหมูอย่างนั้นได้ยังไง เดี๊ยวหมูก็เสียใจหรอก”


หมู : “ไม่เป็นไรหรอก ฉันรับได้ เพราะถึงยังไงเราก็เพื่อนสนิทกัน


พูดมาแบบนี้ ฉันไม่ถือหรอก”


เป็ด : “ใช่แล้ว เราสนิทและรักกันมาก และรู้ใจกัน เรื่องแค่นี้พูดกันเล่นๆ


แค่นั้นเอง”


ไก่ : “งั้นเราเดินทางกันต่อเถอะ เดี๋ยวจะมืดซะก่อน”


ทั้งสามจึงขึ้นหลังหมูแล้วเดินไป


ในระหว่างที่อยู่ในโคลน เป็ด มองไปเห็นไส้เดือน


จึงใช้ปากคุ้ยโคลนเพื่อที่จะกินไส้เดือน


ในระหว่างที่คุ้ยโคลน โคลนเกิดกระเด็นไปโดนกระต่าย กระต่ายเลยสกปรกไปด้วย


กระต่าย : “เป็ด ระวังหน่อยสิ โคลนมันกระเด็นมาโดนฉันนะ”


เป็ด : “อะไรกัน แค่นี้เอง เดี๋ยวผ่านบ่อโคลนไปค่อยทำความสะอาดก็ได้นี่”


กระต่าย : “แต่มันไม่เหมือนเดิม เพราะขนขาว ๆ


ของฉันมันก็คงเป็นรอยเปื้อนอยู่ดี”


ไก่ : “เอาน่า หยุดได้แล้ว นิดเดียวเองนะกระต่าย เป็ดเองก็ไม่ได้ตั้งใจ


ดูหมูซิ


เค้าเปื้อนทั้งตัวแถมต้องแบกเราอีก เค้ายังไม่บ่นซักคำ”


กระต่ายด้วยความเคืองนิด ๆ


จึงพูดออกมาโดยไม่ทันคิดว่า “ก็หมูสกปรกนี่ ไม่เหมือนฉัน ฉันต้องสะอาด


สกปรกไม่ได้” หมูเองได้ยินเช่นนั้น


ก็รู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่เหตุใดเพื่อนถึงพูด


กับเขาเช่นนั้น หมูก็ร้องไห้


ไก่จึงพูดขึ้นว่า “แล้วนี่คือสิ่งที่หมูต้องได้รับเหรอ กับการที่เค้าเป็นหมู


มีนิสัยเป็นหมู


เค้าต้องได้รับแต่สิ่งสกปรกเท่านั้นเหรอ แล้วการที่เป็ดกินอะไรแล้วต้องคุ้ย

แล้วไก่อย่างฉันต้องเขี่ยอย่างนี้ มันเป็นพื้นฐานนิสัยที่ติดตัวเรามาตลอดนะ


เราเลือกได้เหรอ”


ไก่ : “ความแตกต่างของแต่ละตัว ไม่เหมือนกัน เราเป็นเพื่อนกัน ต้องเข้าใจและ


เปิดใจรับสิ่งที่ไม่สวยงาม และสิ่งที่สวยงามซึ่ง กันและกันสิ


ไม่มีใครที่สวยงามได้ตลอดเวลานะ”


เป็ดจึงพูดขึ้นว่า “ฉันก็คิดว่าเราสนิทและรักกันมาก


เชื่อใจกันรับรู้ในสิ่งที่แต่ละตัวเป็นแล้ว


ฉันไม่ทันนึกว่าเธอรับฉันแบบนี้ไม่ได้ฉันขอโทษนะ”


กระต่ายได้ยินเช่นนั้นจึงพูดขึ้นว่า “จริงสินะ เราเป็นเพื่อนกัน


แถมเป็นเพื่อนรักกันด้วย


ทำไมฉันถึงไม่เข้าใจนะว่าเราทั้งสี่แตกต่างกัน


แต่เรายังสามารถผ่านอุปสรรคต่างๆ


มาด้วยกันได้ขนาดนี้ หแล้วแต่ละตัวเราก็ไม่เหมือนกันเลย”


“ฉันขอโทษนะที่ฉันเป็นอย่างนี้”


หมูกล่าวขึ้นว่า “ไม่เป็นไรหรอกกระต่าย ฉันก็เข้าใจว่าเธอน่ารัก สะอาด


และจิตใจ


อ่อนไหว เธอก็ไม่เหมือนกับฉัน


บางครั้งฉันก็พูดอะไรหรือทำอะไรที่กระโชกโฮกฮากไป


บางครั้งเธออาจจะรับไม่ได้ แต่ฉันคิดว่าด้วยความที่เราเป็นเพื่อนรักกัน


เธอคงจะรับฉันได้ซักวันหนึ่ง”


กระต่าย : “ฉันเองก็ขอโทษด้วยที่ฉันอ่อนไหวเกินไปแบบนี้


ฉันก็หวังว่าสักวันหนึ่ง


เราแต่ละตัวที่แตกต่างกันคงเข้ากันได้และ


ยอมรับในสิ่งที่แตกต่างกันของแต่ละตัวได้”


ไก่จึงพูดขึ้นบ้างว่า “เอาล่ะ แต่ละตัวก็เข้าใจกันแล้วนะ


ด้วยความแตกต่างของแต่ละตัว


และด้วยความที่เรารักและสนิทกันและก็รู้จักกันมานาน


บางครั้งจึงทำอะไรโดยไม่ทันคิด


แต่ทำให้อีกคนรู้สึกไม่ดี


ฉันคิดว่าคงไม่ได้ตั้งใจและเผลอทำอะไรไปก็เท่านั้น”


เป็ด : “เราเข้าใจกันดีแล้วนะ งั้นเราเป็นเพื่อนที่รักและสนิทกันมากขึ้นนะ


เพราะเราก็รับในสิ่งที่แตกต่างของแต่ละตัวได้แล้ว”


หมู : “ใช่แล้ว งั้นเราทั้งสี่ มาร่วมกันและตั้งใจที่จะเดินไปข้างหน้าพร้อมๆ


กันและเดินเคียงข้างกันอย่างนี้ตลอดไปนะ”


หมู เป็ด ไก่ กระต่าย : “ไชโย เราเป็นเพื่อนรักกัน”


แล้วทั้งสี่ก็เดินไปด้วยกัน


อยู่เคียงข้างกันไป ตลอดเส้นทางเดินแห่งนั้น……


จากนิทานเรื่องนี้ จะเห็นได้ว่า ด้วยความแตกต่างของแต่ละตัว

อาจจะทำให้เกิด


ความไม่เข้าใจและไม่พอใจในอีกฝ่าย และบางครั้งด้วยความที่ทั้งสี่สนิท


กันมาก


การกระทำบางอย่างที่แสดงออกไปจึงไม่ทันคิดว่า อาจจะไปทำร้าย


ความรู้สึก


หรือทำให้ใครอีกคนไม่เข้าใจ แต่ด้วยความที่ทั้งสี่คือเพื่อนรัก เพื่อนสนิท


เพื่อนที่รู้จักรู้ใจกันมานาน


จึงทำให้ทั้งที่กลับมาเป็นเพื่อนรักและเพื่อนสนิทกันได้


อย่างเดิมคำว่าเพื่อนรักของคุณ คุณให้ความหมายและความสำคัญของคนที่คุณ


ให้เค้าเป็นเพื่อนได้แค่ไหน คำตอบอยู่ที่ตัวคุณเอง บางครั้ง


คุณอาจจะได้รับในสิ่งที่คุณ


ไม่คาดคิดมาก่อนว่าเพื่อนสนิทจะทำอย่างนี้กับคุณ แต่หากมองย้อนกลับไป


คุณเองก็อาจจะทำอะไรที่ไม่คาดคิดกับเพื่อนของคุณได้เช่นกัน


กลับมามองอีกทีว่า คุณให้ความหมายกับเพื่อนของคุณมากแค่ไหน


เพื่อนที่มีแต่สิ่งที่ดีให้แก่กันแค่นั้นเหรอ


เพื่อนที่จะยิ้มและสนุกไปด้วยกันแค่นั้นเหรอ


แล้วหากวันหนึ่ง เกิดฝ่ายใดทำอะไรที่ไม่ดีหรือไม่สวยงามขึ้นมาล่ะ


คุณเข้าใจและรับรู้ในสิ่งเหล่านั้นได้มากแค่ไหน


คุณสามารถที่จะให้อภัยในสิ่งที่ผิดพลาด


ทั้งที่อาจจะเกิดจากความตั้งใจและไม่ตั้งใจได้มากน้อยแค่ไหน…


คำตอบย่อมอยู่ในใจคุณดี….


กลับมามองและเข้าใจเพื่อนของคุณดีแล้วหรือยัง


เข้าใจเพื่อนของคุณมากน้อยแค่ไหน


เมื่อคุณอ่านข้อความข้างต้นจบ….คุณคิดถึงใครล่ะ????

คุณเท่านั้นที่รู้คำตอบ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: